ข่าวสาร

งานพิมพ์สำหรับ "(In)visible Presence" นิทรรศการภาพถ่ายเปิดตัวของ dib Bangkok Museum

Printing for Dib Museum's Inaugural Exhibition, (In)visible Presence

เมื่อกลางปี 2568 พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย dib Bangkok ได้นำฟิล์มเนกาทีฟชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพถ่ายสตรีทขาวดำของกรุงเทพฯในยุค 2000s มาที่ Bangkok Darkroom  เพื่อทำความสะอาดและอัดขยายก่อนนำไปจัดแสดงในนิทรรศการเปิดตัวของพิพิธภัณฑ์ การเช่าห้องมืดเพื่อโปรเจกต์ระยะสั้นจึงกลับกลายเป็นโปรเจกต์บูรณะและอัดภาพอย่างเต็มรูปแบบ นี้คือตัวอย่างที่ดีที่บ่งบอกได้ว่าการอัดภาพขาวดำด้วยมือนั้นเป็นอย่างไร เมื่อต้องทำให้ได้มาตรฐานระดับมืออาชีพที่พร้อมจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์

ที่มาของโปรเจกต์

เริ่มแรกเดิมที dib Bangkok ติดต่อมาเพื่อเช่าห้องมืดของเราเป็นเวลาสามวัน สำหรับอัดภาพเนกาทีฟด้วยตัวเอง แต่หลังจากพูดคุยกันหลายครั้งเกี่ยวกับสภาพของฟิล์มและปริมาณของงานที่ต้องทำ ทางทีมงานของพิพิธภัณฑ์จึงเกิดการเปลี่ยนแผน โดยมอบหมายให้ Bangkok Darkroom รับผิดชอบโปรเจกต์ทั้งหมดแทน ตั้งแต่การล้างฟิล์มอย่างพิถีพิถัน การอัดภาพลงบนกระดาษไฟเบอร์(Baryta Fiber)  ไปจนถึงการทำให้ภาพพิมพ์ไฟเบอร์เรียบเนียนสนิทพร้อมจัดแสดง ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของห้องมืดเรา

การบูรณะฟิล์มเนกาทีฟ

สภาพฟิล์มตอนแรกที่ได้รับมาค่อนข้างทรุดโทรม และเห็นได้ชัดว่าไม่ได้ผ่านการเก็บรักษาอย่างระมัดระวัง ประกอบกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย จึงทำให้เกิดเชื้อราและฝุ่นสะสมอยู่บนฟิล์มพอสมควร ซึ่งต้องทำความสะอาดก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนการอัดภาพได้

ทีมงานของเราทำงานร่วมกับผู้ดูแลงานของ dib Bangkok อย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนของการทำความสะอาดตรงตามมาตรฐานที่ใช้กับคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์ เราเลือกใช้เอทานอลความเข้มข้น 95% เช็ดด้วยผ้าเช็ดเลนส์ เพราะเอทานอลไม่ทำปฏิกิริยากับชั้นอิมัลชันของฟิล์ม ระเหยไว และยังกำจัดฝุ่นกับเชื้อราบนผิวฟิล์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อฟิล์มสะอาดและอยู่ในสภาพดีแล้ว เราจึงทดลองอัดภาพขนาด 5x7 นิ้ว บนกระดาษไฟเบอร์จากเนกาทีฟแต่ละแผ่น ขั้นตอนนี้ใช้ได้กับงานอัดภาพด้วยมือเกือบทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มม้วนเดียว หรือชุดภาพสำหรับนิทรรศการ และขั้นตอนทดสอบอัดภาพทำให้รู้เราว่าเนกาทีฟแต่ละแผ่นต้องปรับแสงแบบไหน และตรงไหนต้องปรับคอนทราสต์ ก่อนจะตัดสินใจอัดภาพขนาดใหญ่จริง

การอัดภาพบนกระดาษไฟเบอร์ขนาด 20x24 นิ้ว

โปรเจกต์นี้เข้าสู่ขั้นตอนการผลิตเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 โดยเริ่มจากอัดภาพขนาดใหญ่ 20x24 นิ้ว บนกระดาษไฟเบอร์ ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับงานจัดแสดงเพราะให้มิติโทนสีที่ลึกและติดทนนาน และเป็นกระดาษชนิดเดียวกับที่ใช้ในเวิร์กช็อปอัดภาพด้วยมือของ Bangkok Darkroom

ในขั้นตอนนี้คุณ Ariana ภัณฑารักษ์ของ dib Bangkok ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมและใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยคอยตรวจดูภาพพิมพ์แต่ละภาพและให้คำแนะนำเรื่องโทนสีกับคอนทราสต์ เพื่อให้ทุกภาพนั้นตรงกับวิสัยทัศน์ที่เธอต้องการสำหรับนิทรรศการ

กระดาษไฟเบอร์ยังมีจุดที่ต้องระวังอีกอย่าง คือตอนเปียก ภาพจะดูสว่างกว่าตอนแห้งสนิทอย่างเห็นได้ชัด นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่ทดสอบหรือปรับแก้ ต้องรออย่างน้อยสิบนาทีนับจากการรับแสง ลงเคมี และเป่าลมให้แห้ง ก่อนที่จะสามารถประเมินผลและตัดสินใจในขั้นตอนต่อไปได้

เมื่อเนกาทีฟแต่ละแผ่นต้องผ่านขั้นตอนเน้นแสงและบังแสง (dodging and burning) รวมถึงการทดสอบอีกหลายสิบครั้ง งานนี้จึงใช้เวลาทั้งวัน แต่เพราะทีมงานเรามากประสบการณ์ เลยปรับแก้ได้แม่นยำและลดจำนวนการทดสอบให้เหลือน้อยที่สุด ทำให้ได้ชิ้นงานประมาณ 2-3 ภาพต่อวัน

เมื่อได้รับรู้ถึงกระบวนการทั้งหมดของการอัดภาพขาวดำด้วยมือ จึงไม่แปลกที่หลายคนจะหันมาสนใจการแก้ไขภาพแบบดิจิทัลมากกว่า แต่สุดท้ายแล้วกระบวนการทั้งหมดก็ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า เพราะการอัดภาพพิมพ์ขาวดำบนกระดาษซิลเวอร์เจลาตินอย่างถูกวิธีจะมีมิติโทนสีเป็นเอกลักษณ์ที่ภาพพิมพ์ดิจิทัลไม่สามารถเลียนแบบได้ และนี่แหละคือเหตุผลที่ dib Bangkok เลือกวิธีแบบดั้งเดิม ที่สามารถดึงตัวตนของภาพออกมาได้อย่างแท้จริง

ขั้นตอนสุดท้ายในการอัดภาพ

ทุกภาพต้องผ่านกระบวนการฟิกซ์และล้างแบบละเอียด เพื่อกำจัดสารซิลเวอร์ฮาไลด์และน้ำยาฟิกซ์ที่ตกค้างออกให้หมด โดยขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับงานพิพิธภัณฑ์ เพราะหากล้างไม่สะอาด กระดาษจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและน้ำตาล และจางลงภายในเวลาไม่ถึงสิบปี แต่เมื่อผ่านการล้างอย่างถูกวิธี ภาพพิมพ์ไฟเบอร์สามารถคงสภาพอยู่ได้นานกว่า 100 ปี และหากเก็บรักษาในสภาพแวดล้อมระดับพิพิธภัณฑ์ (อุณหภูมิคงที่ ความชื้นต่ำ และห่างไกลจากมลภาวะที่ทำปฏิกิริยาได้) อาจคงสภาพได้มากกว่า 200 ปี

หลังจากล้างเสร็จแล้ว จะนำภาพพิมพ์ยึดด้วยเทปกระดาษกาวใช้น้ำชนิดปลอดกรด (ใช้น้ำในการติด และ pH เป็นกลาง) บนแผ่นกระจกเพื่อรอให้แห้ง เนื่องจากเวลาที่กระดาษเปียกจะทำให้เกิดการขยายตัว สำหรับภาพขนาด 20x24 นิ้ว กระดาษจะขยายออกประมาณ 1 เซนติเมตรในทุกด้าน เทปจะช่วยยึดภาพพิมพ์ให้อยู่นิ่งในระหว่างที่กระดาษหดตัวขณะที่กำลังแห้ง แรงตึงที่สม่ำเสมอนี้ทำให้เส้นใยไฟเบอร์ในกระดาษเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ภาพพิมพ์จึงเรียบเนียนเมื่อแห้งสนิท ไม่มีการโค้งงอหรือเป็นคลื่นที่ขอบ

ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพราะ dib Bangkok ไม่ต้องการติดภาพพิมพ์ลงบนกระดาษแมทบอร์ด แต่เลือกใช้มุมยึดภาพเพื่อวางภาพพิมพ์ไว้ในกรอบแทน

ผลลัพธ์ของโปรเจกต์

เมื่อโปรเจกต์นี้เสร็จสมบูรณ์ ทั้ง dib Bangkok และ Bangkok Darkroom ต่างพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ ซึ่งเป็นชุดภาพพิมพ์ขนาดใหญ่ที่ผ่านกระบวนการอย่างถูกต้องครบถ้วน จากเนกาทีฟที่ต้องได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันตั้งแต่ขั้นตอนแรก และการอัดภาพด้วยมือด้วยกระบวนการเดียวกับที่สอนในเวิร์กช็อปของ Bangkok Darkroom

หากคุณสนใจอยากเรียนรู้การอัดภาพขาวดำด้วยมือในกรุงเทพฯ ด้วยตัวเอง เวิร์กช็อปของเราครอบคลุมพื้นฐานเดียวกันกับที่กล่าวถึงในบทความนี้ ตั้งแต่การประเมินเนกาทีฟ การทดสอบการรับแสง การใช้งานกระดาษไฟเบอร์ ไปจนถึงการทำความเข้าใจวิธีตรวจสอบภาพพิมพ์เมื่อแห้งแล้ว สามารถดูรอบเรียนที่กำลังจะมาถึงได้ในตารางเวิร์กช็อปของเรา

ต่อไป
เมื่อ Bangkok Darkroom นำศิลปะไซยาโนไทป์ไปจัดที่ Nike Goal-Dang บนถนนทรงวาด